“AGI” ปัญญาประดิษฐ์ ที่อาจมาแทนมนุษย์!

AGI หรือ Artificial General Intelligence ปัญญาประดิษฐ์รูปแบบหนึ่ง ที่ถูกพูดถึงด้วยความกังวล ว่ามันจะเข้ามาแทนที่มนุษย์ในอนาคต อนาคต = เร็ว ๆ นี้หรือเปล่า? แล้วจะเข้ามาแทนที่ได้ยังไง หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่กังวล เรามาเรียนรู้และทำความรู้จัก AI ตัวนี้พร้อม ๆ กันเลยดีกว่า

ทำไมใคร ๆ ก็กลัว AGI

เดิมพัน “AI” ก็เป็นประเด็นร้อนของสังคมมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นแง่บวกหรือแง่ลบ โดย AGI หรือ General AI มีความสามารถในการคิด เรียนรู้ ทำความเข้าใจ และประยุกต์ใช้ความรู้ต่าง ๆ มาแก้ปัญหาได้เอง ซึ่งหากมีการพัฒนาจนสมบูรณ์เจ้า AI ตัวนี้จะมีความสามารถที่หลากหลายมาก ๆ  แถมยังเป็นความสามารถที่ใกล้เคียงมนุษย์จริง ทำให้หลายคนค่อนข้างกลัวการมาของ AGI ยังไงล่ะ

แล้ว AGI จะมาเมื่อไหร่?

หนึ่งประเด็นคำถามที่หลายคนสงสัยกันมาก ๆ คือ AGI จะมาตอนไหน หากอ้างอิงจากการถกเถียงกันในวงการวิทยาศาสตร์ AI ตัวนี้จะไม่เกิดขึ้นภายในปี 2300 เนื่องจากต้องใช้วิทยาการ ความรู้ และสำคัญที่สุดคือ “เงินทุน” จำนวนมาก แต่เมื่อเป็นข้อถกเถียงก็ย่อมมีความเห็นต่าง โดย Richard Sutton อาจารย์จากภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science) ของมหาวิทยาลัยอัลเบอร์ต้า ได้กล่าวไว้เมื่อปี 2017 ว่า 

“AI ที่จะมีทักษะในการทำความเข้าใจเทียบเท่ามนุษย์นั้น จะเป็นความสำเร็จอีกขั้นของวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดขึ้นได้ในปี 2030 (25%) หรือในปี 2040 (50%) หรือไม่มีโอกาสจะเกิดขึ้นเลย (10%)”

ตอนนี้ AGI เดินทางมาถึงจุดไหนแล้ว?

แม้ว่าจะมีข้อถกเถียงว่า AGI (แบบสมบูรณ์) จะยังไม่มาแทนที่มนุษย์ในเร็ว ๆ นี้ แต่ Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI ได้กล่าวไว้ว่า AGI ที่เขากำลังพัฒนาอยู่มันใกล้จะเป็นรูปเป็นร่างแล้ว “แต่มันจะเปลี่ยนแปลงโลกน้อยกว่าที่คิด” เพราะมันไม่ได้เข้ามาแทนที่มนุษย์แต่จะเข้ามาช่วยเหลือมนุษย์มากกว่า

มากไปกว่านั้น Yann LeCun หัวหน้าทีม AI ของ Meta กล่าวถึงประเด็นของ AGI ว่า “OpenAI ไม่ได้ผูกขาดเทคโนโลยี พวกเขาไม่สามารถสร้าง AGI ได้ด้วยตัวคนเดียว หากปราศจากโมเดลโอเพนซอร์ส” และโลกยังรอการค้นพบสิ่งใหม่ ๆ อีกมากมาย การพัฒนา AGI ยังต้องใช้เวลาอีกนานโข

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าในปัจจุบัน AI ยังมีข้อจำกัดและขอบเขตการใช้งานอยู่ แม้ว่าเทคโนโลยีในทุกวันนี้จะก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว จนหลาย ๆ คนเกิดความกังวลอย่างมากก็ตาม ซึ่งจริง ๆ แล้วหลายคนมักยัดเยียดให้ AI เข้ามาแทนที่มนุษย์มากกว่าการใช้ประโยชน์จากมัน ที่ให้มากกว่าความสะดวกสบาย เนื่องจากการเข้ามาของ AI จะช่วยสร้างผลงานใหม่ ๆ ให้กับมนุษย์เช่นกัน พูดง่าย ๆ ว่า ณ ปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ยังไม่มีอะไรน่ากังวล

Related Post

ภาวะตาแห้ง

รู้สาเหตุหลักของภาวะตาแห้ง เพื่อการป้องกันที่ถูกวิธีและมีประสิทธิภาพ

ภาวะตาแห้ง คือหนึ่งในปัญหาสุขภาพตาที่พบบ่อยและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้อย่างมาก ตั้งแต่ความรำคาญเล็กน้อยจนถึงปัญหาสุขภาพตาที่ซับซ้อนขึ้น การรับรู้สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญต่อการป้องกันและดูแลสุขภาพตาให้อยู่ในสภาพที่ดีอย่างยั่งยืน ปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดภาวะตาแห้ง การเกิดภาวะตาแห้งเกิดจากความผิดปกติในการผลิตน้ำตาหรือการระเหยของน้ำตาที่ผิดปกติ ซึ่งมีสาเหตุหลักหลายประการที่เชื่อมโยงกับพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมของแต่ละบุคคล ดังนี้ บทบาทของน้ำตาและกลไกการเกิดภาวะตาแห้ง น้ำตามีหน้าที่มากกว่าการชุ่มชื้นตาเพียงอย่างเดียว ยังช่วยปกป้องตาจากการติดเชื้อและช่วยในการมองเห็นที่ชัดเจน โดยน้ำตาทำหน้าที่ผ่านสามชั้นได้แก่ ชั้นน้ำมัน ชั้นน้ำ และชั้นเมือก ซึ่งเมื่อใดที่หนึ่งในชั้นนี้ทำงานผิดปกติ จะส่งผลให้น้ำตามีประสิทธิภาพลดลง และเกิดอาการระคายเคืองตามมา ภาวะตาแห้งจึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องความไม่สบายตาเท่านั้น หากปล่อยให้เกิดขึ้นเรื้อรัง อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพตาอื่นๆ ที่ซับซ้อนได้ในระยะยาว ปัจจัยเสี่ยงที่ควรใส่ใจเพื่อป้องกันภาวะตาแห้ง การเข้าใจปัจจัยเสี่ยงช่วยเตรียมความพร้อมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจัยเสี่ยงที่ควรให้ความสนใจ ได้แก่ วิธีการป้องกันและดูแลภาวะตาแห้งอย่างถูกต้อง การป้องกันภาวะตาแห้งเริ่มต้นได้จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและใส่ใจสิ่งแวดล้อมรอบตัว ดังนี้ การดูแลภาวะตาแห้งในกลุ่มเสี่ยง จุดเล็กที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตระยะยาว สำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว การเฝ้าระวังภาวะตาแห้งจำเป็นต้องให้ความสำคัญมากกว่าคนทั่วไป ตั้งแต่การสังเกตอาการระคายเคือง ความรู้สึกไม่สบายตา ไปจนถึงการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น การใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ดูแลดวงตาจึงควรอยู่ภายใต้คำแนะนำที่เหมาะสม เพื่อป้องกันผลกระทบต่อผิวกระจกตาในระยะยาว เมื่อมองในภาพรวม ภาวะตาแห้งไม่ใช่เพียงความไม่สบายชั่วคราว แต่เป็นสัญญาณที่สะท้อนสมดุลสุขภาพดวงตาที่เปลี่ยนไป การเข้าใจสาเหตุ ปรับพฤติกรรมการใช้สายตา และดูแลอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และรักษาคุณภาพการมองเห็นให้คงอยู่ได้ยาวนานที่สุด

เรียนรู้กิจกรรม

เรียนรู้กิจกรรมที่จะช่วยเพิ่มความผ่อนคลายในการทำงานได้มากกว่าเดิม

หากพูดถึงการทำงานในปัจจุบันต้องยอมรับเลยว่า หลาย ๆ ท่านจะต้องปรับอารมณ์และต่อสู้กับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เพื่อที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ในบางครั้งคุณอาจจะเกิดความเกียจคร้าน หรือไม่มีสมาธิในการทำงานเท่าที่ควร ซึ่งในส่วนนี้จะถือเป็นสิ่งที่ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานของคุณลดน้อยลงได้นั่นเอง ดังนั้นในส่วนนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คุณจำเป็นต้องหาวิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เพราะหากคุณไม่มีสมาธิในการทำงาน จะส่งผลให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง เพราะฉะนั้นในวันนี้จะพาทุกท่านไปเรียนรู้กิจกรรมที่จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยเพิ่มความผ่อนคลายให้แก่ตนเอง และช่วยให้คุณสามารถทำงานออกมาได้ดีขึ้นกว่าเดิม กิจกรรมที่จะช่วยให้คุณได้รับความผ่อนคลายในการทำงานมากที่สุด 1. หลีกเลี่ยงการทำงานหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน : ทุกท่านทราบกันหรือไม่ว่า การทำงานหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน จะส่งผลให้คุณเสียการควบคุมได้ และการที่คุณทำงานหลายอย่างพร้อม ๆ กันจะไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างที่สิ่งสำคัญและสิ่งที่ไม่สำคัญได้นั่นเอง เนื่องจากสมองของมนุษย์จะสามารถประมวลผลข้อมูลได้เพียงครั้งละ 1 อย่างเท่านั้น และเมื่อคุณทำงานหลายอย่างพร้อมกันจะส่งผลให้คุณเกิดความเครียดจากการทำงานได้ง่าย เพราะฉะนั้นในส่วนนี้จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คุณควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างมาก และควรเรียงลำดับความสำคัญในการทำงานให้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง 2. หาเวลาออกไปเดินเล่น : การเดินเล่นจะถือเป็นอีกหนึ่งการออกกำลังกาย และการผ่อนคลายที่ดีที่สุด และการเดินเพียงแค่ 5 นาทีในทุก ๆ 1-2 ชั่วโมง จะส่งผลให้ร่างกายสามารถหลั่งสารเอนโดฟินออกมาได้มากกว่าเดิม หรือการจิบชา กาแฟก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จำช่วยให้คุณสามารถผ่อนคลายได้ดีมากยิ่งขึ้น รับรองได้เลยว่าเมื่อคุณได้รับความผ่อนคลายแล้ว จะช่วยให้ทำงานออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน 3. ออกจากสถานที่ทำงาน : เมื่อคุณกระทำสิ่งเดิม […]

คอร์สภาษาอังกฤษ

รีวิวคอร์สภาษาอังกฤษที่ดีที่สุด: คอร์สไหนที่ตอบโจทย์คนเรียนทุกระดับ?

การเรียนภาษาอังกฤษเป็นเรื่องที่สำคัญและท้าทายสำหรับหลายคน ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นเรียนรู้ภาษาอังกฤษจากศูนย์ หรือการพัฒนาทักษะในระดับที่สูงขึ้น การเลือกคอร์สภาษาอังกฤษที่เหมาะสมจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้คุณเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในบทความนี้ เราจะมารีวิวคอร์สภาษาอังกฤษที่ดีที่สุดที่ตอบโจทย์ทุกระดับการเรียนรู้ 1. คอร์สภาษาอังกฤษสำหรับผู้เริ่มต้น สำหรับผู้ที่เริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษ การเลือกคอร์สที่มีเนื้อหาพื้นฐานและเข้าใจง่ายถือเป็นสิ่งสำคัญ คอร์สที่ดีควรมีการสอนตั้งแต่การออกเสียง ตัวอักษร การสร้างประโยคพื้นฐาน ไปจนถึงคำศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน 2. คอร์สภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาทักษะการพูด การพูดเป็นทักษะที่หลายคนต้องการพัฒนา คอร์สที่เหมาะสมจะมีการฝึกฝนการพูดในสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะการฝึกออกเสียงและการสนทนาเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน 3. คอร์สภาษาอังกฤษสำหรับการสอบ หากคุณมีเป้าหมายที่จะสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ เช่น TOEFL หรือ IELTS การเลือกคอร์สที่เตรียมความพร้อมสำหรับการสอบเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ คอร์สที่ดีจะมีการสอนเทคนิคการสอบ การทำข้อสอบจริง และการฝึกทำโจทย์ในลักษณะเดียวกับการสอบจริง 4. คอร์สภาษาอังกฤษสำหรับการทำงาน การใช้ภาษาอังกฤษในการทำงานเป็นทักษะที่หลายคนต้องการพัฒนาในปัจจุบัน คอร์สที่เหมาะสมจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการสื่อสารในที่ทำงาน เช่น การเขียนอีเมล การประชุม หรือการนำเสนอ 5. คอร์สภาษาอังกฤษสำหรับคนที่ต้องการพัฒนาเร็ว หากคุณต้องการเรียนภาษาอังกฤษในระยะเวลาอันสั้น คอร์สที่มีการเรียนรู้ที่เข้มข้น และใช้วิธีการเรียนที่หลากหลายจะช่วยให้คุณพัฒนาได้เร็วขึ้น คอร์สเหล่านี้มักจะเน้นการเรียนที่มีประสิทธิภาพสูงและการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง การเลือกคอร์สภาษาอังกฤษที่เหมาะสมกับเป้าหมายการเรียนรู้ การเลือกคอร์สภาษาอังกฤษที่ดีที่สุดนั้นขึ้นอยู่กับเป้าหมายการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้เริ่มต้นหรือผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะในด้านต่างๆ การเลือกคอร์สที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ การศึกษาข้อมูลและรีวิวคอร์สจากแหล่งที่เชื่อถือได้เป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจเลือกคอร์สที่ตอบโจทย์คุณที่สุด คอร์สภาษาอังกฤษที่ดีที่สุดจะเป็นตัวช่วยที่ดีในการเสริมทักษะและทำให้คุณมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันและในการทำงาน