ทำไมเรียนภาษาอังกฤษแล้วไม่ค่อยเข้าหัว

หากคุณกำลังสงสัยว่าทำไมเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งหลายรอบ หลายบทเรียน หลายวิธี แล้วทำไมถึงไม่เข้าหัวสักทีเราจะพาคุณไปหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร พร้อมแนะนำแนวทางเรียนให้ประสบความสำเร็จ

สาเหตุของการเรียนภาษาอังกฤษแล้วไม่เข้าหัว

มีอยู่ด้วยกันหลายสาเหตุ ได้แก่

1. ไม่ชอบ 

หากคุณเริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษด้วยความรู้สึกไม่ชอบหรือเรียนเพราะความจำเป็นจะทำให้สมองปฏิเสธทุกสิ่งทุกอย่างที่เรียนรู้มา ต่อให้เป็นเรื่องง่ายแค่ไหนคุณก็จะไม่มีวันเข้าใจ ดังนั้นหากพบว่าตนเองไม่ชอบขอแนะนำให้แก้ทัศนคติตรงนั้นก่อนแล้วค่อยเริ่มใหม่

2. เรียนหนักเกินไป

สมองไม่มีเวลาพักผ่อนก็ไม่มีเวลาในการจัดเตรียมข้อมูลหรือสิ่งที่ได้เรียนรู้มา ทำให้เมื่อถึงเวลาที่ต้องนำไปใช้จริงกลับไม่มีอะไรอยู่ในหัวเลย หากพบว่าคุณกำลังทำสิ่งนี้อยู่ขอแนะนำให้รีบแก้ไขด้วยการเปลี่ยนวิธีการเรียนใหม่ให้ไม่หนักจนเกินไป หรือแบ่งเวลาให้ตัวเองได้พักบ้าง

3. ใช้วิธีการเรียนรู้ไม่เหมาะกับตนเอง

แต่ละคนมีวิธีการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ต่างกันไป บางคนเน้นเรียนรู้ด้วยภาพ บางคนเรียนรู้ด้วยเสียง บางคนเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง หากคุณเป็นคนเรียนรู้ด้วยภาพได้ดีแต่การเรียนภาษาอังกฤษส่วนใหญ่เน้นเรียนรู้ด้วยเสียง ส่งผลให้เกิดความไม่เข้าใจหรือเรียนแล้วไม่เข้าหัวตามมา วิธีแก้ให้ลองทำความเข้าใจว่าตนเองเรียนแบบไหนดีที่สุด จากนั้นหาสื่อการเรียนการสอนที่ตอบโจทย์หรือมีความสอดคล้องกัน

เทคนิคการเรียนภาษาอังกฤษ

หากรู้สึกว่าเทคนิคการเรียนภาษาอังกฤษที่ตัวเองเคยใช้ไม่ได้ผล ลองเปลี่ยนใหม่มาใช้วิธีดังต่อไปนี้ดู

  • เน้นเรียนจากสิ่งที่ตัวเองชอบ เรียนจากสิ่งที่ตัวเองชอบจะช่วยให้เราสามารถซึมซับเนื้อหาหรือบทเรียนได้ดีกว่าการเรียนรูปแบบอื่น ๆ ส่วนแนวทางในการเรียนก็แค่ประยุกต์ให้เข้ากับกระบวนการเรียนรู้ที่ตนเองถนัดที่สุด เช่น ชอบอ่านหนังสือแต่มีทักษะในการเรียนรู้ด้วยเสียง สิ่งที่ต้องทำก็แค่เปลี่ยนจากการอ่านมาเป็นการฟังหนังสือเสียงแทน เป็นต้น
  • พยายามคิดให้เป็นภาษาอังกฤษให้ได้มากที่สุด แน่นอนว่าการคิดเป็นภาษาอังกฤษเป็นเรื่องยากเนื่องจากภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแม่ แต่สามารถฝึกฝนกันได้เริ่มต้นง่าย ๆ แค่มองไปยังภาพเบื้องหน้า เห็นอะไรให้นึกเป็นภาษาอังกฤษทันที เช่น เห็นสีชมพูก็พูดขึ้นมาเลยว่า Pink เป็นต้น
  • หมั่นทบทวนสิ่งที่ตัวเองได้เรียนรู้มาบ่อย ๆ แต่ควรเป็นการทบทวนที่ไม่เครียดเกินไป เช่น ใช้จินตนาการในการคิดทบทวนถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้มา การพยายามจดบันทึก และอื่น ๆ ที่คิดว่าเหมาะกับตนเอง

และสุดท้ายการเรียนภาษาหรือให้ประสบความสำเร็จมีอยู่อย่างเดียวที่ควรจำ คือ ความมุ่งมั่นและอย่ายอมแพ้กลางทาง เพราะต่อให้วิธีการเรียนรู้มีประสิทธิภาพมากแค่ไหนคุณก็ประสบความสำเร็จไม่ได้หากหยุดกลางคัน ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องไปต่อ 

Related Post

ภาวะตาแห้ง

รู้สาเหตุหลักของภาวะตาแห้ง เพื่อการป้องกันที่ถูกวิธีและมีประสิทธิภาพ

ภาวะตาแห้ง คือหนึ่งในปัญหาสุขภาพตาที่พบบ่อยและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้อย่างมาก ตั้งแต่ความรำคาญเล็กน้อยจนถึงปัญหาสุขภาพตาที่ซับซ้อนขึ้น การรับรู้สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญต่อการป้องกันและดูแลสุขภาพตาให้อยู่ในสภาพที่ดีอย่างยั่งยืน ปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดภาวะตาแห้ง การเกิดภาวะตาแห้งเกิดจากความผิดปกติในการผลิตน้ำตาหรือการระเหยของน้ำตาที่ผิดปกติ ซึ่งมีสาเหตุหลักหลายประการที่เชื่อมโยงกับพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมของแต่ละบุคคล ดังนี้ บทบาทของน้ำตาและกลไกการเกิดภาวะตาแห้ง น้ำตามีหน้าที่มากกว่าการชุ่มชื้นตาเพียงอย่างเดียว ยังช่วยปกป้องตาจากการติดเชื้อและช่วยในการมองเห็นที่ชัดเจน โดยน้ำตาทำหน้าที่ผ่านสามชั้นได้แก่ ชั้นน้ำมัน ชั้นน้ำ และชั้นเมือก ซึ่งเมื่อใดที่หนึ่งในชั้นนี้ทำงานผิดปกติ จะส่งผลให้น้ำตามีประสิทธิภาพลดลง และเกิดอาการระคายเคืองตามมา ภาวะตาแห้งจึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องความไม่สบายตาเท่านั้น หากปล่อยให้เกิดขึ้นเรื้อรัง อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพตาอื่นๆ ที่ซับซ้อนได้ในระยะยาว ปัจจัยเสี่ยงที่ควรใส่ใจเพื่อป้องกันภาวะตาแห้ง การเข้าใจปัจจัยเสี่ยงช่วยเตรียมความพร้อมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจัยเสี่ยงที่ควรให้ความสนใจ ได้แก่ วิธีการป้องกันและดูแลภาวะตาแห้งอย่างถูกต้อง การป้องกันภาวะตาแห้งเริ่มต้นได้จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและใส่ใจสิ่งแวดล้อมรอบตัว ดังนี้ การดูแลภาวะตาแห้งในกลุ่มเสี่ยง จุดเล็กที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตระยะยาว สำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว การเฝ้าระวังภาวะตาแห้งจำเป็นต้องให้ความสำคัญมากกว่าคนทั่วไป ตั้งแต่การสังเกตอาการระคายเคือง ความรู้สึกไม่สบายตา ไปจนถึงการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น การใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ดูแลดวงตาจึงควรอยู่ภายใต้คำแนะนำที่เหมาะสม เพื่อป้องกันผลกระทบต่อผิวกระจกตาในระยะยาว เมื่อมองในภาพรวม ภาวะตาแห้งไม่ใช่เพียงความไม่สบายชั่วคราว แต่เป็นสัญญาณที่สะท้อนสมดุลสุขภาพดวงตาที่เปลี่ยนไป การเข้าใจสาเหตุ ปรับพฤติกรรมการใช้สายตา และดูแลอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และรักษาคุณภาพการมองเห็นให้คงอยู่ได้ยาวนานที่สุด

เรียนรู้กิจกรรม

เรียนรู้กิจกรรมที่จะช่วยเพิ่มความผ่อนคลายในการทำงานได้มากกว่าเดิม

หากพูดถึงการทำงานในปัจจุบันต้องยอมรับเลยว่า หลาย ๆ ท่านจะต้องปรับอารมณ์และต่อสู้กับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เพื่อที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ในบางครั้งคุณอาจจะเกิดความเกียจคร้าน หรือไม่มีสมาธิในการทำงานเท่าที่ควร ซึ่งในส่วนนี้จะถือเป็นสิ่งที่ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานของคุณลดน้อยลงได้นั่นเอง ดังนั้นในส่วนนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คุณจำเป็นต้องหาวิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เพราะหากคุณไม่มีสมาธิในการทำงาน จะส่งผลให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง เพราะฉะนั้นในวันนี้จะพาทุกท่านไปเรียนรู้กิจกรรมที่จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยเพิ่มความผ่อนคลายให้แก่ตนเอง และช่วยให้คุณสามารถทำงานออกมาได้ดีขึ้นกว่าเดิม กิจกรรมที่จะช่วยให้คุณได้รับความผ่อนคลายในการทำงานมากที่สุด 1. หลีกเลี่ยงการทำงานหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน : ทุกท่านทราบกันหรือไม่ว่า การทำงานหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน จะส่งผลให้คุณเสียการควบคุมได้ และการที่คุณทำงานหลายอย่างพร้อม ๆ กันจะไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างที่สิ่งสำคัญและสิ่งที่ไม่สำคัญได้นั่นเอง เนื่องจากสมองของมนุษย์จะสามารถประมวลผลข้อมูลได้เพียงครั้งละ 1 อย่างเท่านั้น และเมื่อคุณทำงานหลายอย่างพร้อมกันจะส่งผลให้คุณเกิดความเครียดจากการทำงานได้ง่าย เพราะฉะนั้นในส่วนนี้จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คุณควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างมาก และควรเรียงลำดับความสำคัญในการทำงานให้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง 2. หาเวลาออกไปเดินเล่น : การเดินเล่นจะถือเป็นอีกหนึ่งการออกกำลังกาย และการผ่อนคลายที่ดีที่สุด และการเดินเพียงแค่ 5 นาทีในทุก ๆ 1-2 ชั่วโมง จะส่งผลให้ร่างกายสามารถหลั่งสารเอนโดฟินออกมาได้มากกว่าเดิม หรือการจิบชา กาแฟก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จำช่วยให้คุณสามารถผ่อนคลายได้ดีมากยิ่งขึ้น รับรองได้เลยว่าเมื่อคุณได้รับความผ่อนคลายแล้ว จะช่วยให้ทำงานออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน 3. ออกจากสถานที่ทำงาน : เมื่อคุณกระทำสิ่งเดิม […]

เรียนเสริม

การเลือกสถานที่เรียนเสริมความรู้ให้กับเด็กดีอย่างไร

ในปัจจุบันนี้เรื่องของการเลือกสถานที่เรียนเสริมความรู้นั้นก็เป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญอย่างมากเลยที่เราก็จะต้องยิ่งให้ความสนใจกันอย่างที่สุดด้วยจะยิ่งดีเพราะว่าในเรื่องของการเลือกสถานที่เรียนเสริมความรู้ให้กับเด็กนั้นก็เพื่อที่จะทำให้เด็กนั้นได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ดีๆในชีวิตได้มากยิ่งขึ้นด้วย อย่างน้อยเด็กก็จะได้ออกมาเจอเพื่อนเจอสังคมที่ไม่ใช่อยู่ตัวคนเดียวเพียงลำพังนั้นเองเรื่องของการเลือกสถานที่เรียนเสริมความรู้ให้กับเด็กนั้นก็จะมีกิจกรรมให้เรานั้นได้ทำหลากหลายอย่างเลยไม่ว่าจะเป็นการสอนอ่านหนังสือ การสอนให้เด็กได้รู้จักที่จะเล่นหรือฝึกจินตนาการที่ดีของเราเองได้อย่างมากที่สุดอีกด้วย การที่เราให้เด็กได้เรียนเสริมความรู้นั้นจะช่วยทำให้เด็กไม่อยู่นิ่งและมีความสุขที่ได้ลองทำอะไรที่ใหม่ๆให้กับชีวิตของเราเองได้อย่างยิ่งด้วย และที่สำคัญหากเราได้ให้เด็กเรียนเสริมความรู้เพิ่มเติมบ่อยๆก็จะทำให้เค้ามีพัฒนาการที่ดีได้มากยิ่งขึ้นด้วย เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจกันอย่างมากมายด้วยจะยิ่งดีเพราะถ้าหากเราได้มองเห็นถึงความสำคัญในตรงนี้แล้วนั้นจะช่วยทำให้เด็กได้รับความรู้ที่มากยิ่งขึ้นได้ด้วยนั้นเอง และตอนนี้การที่เราเลือกสถานที่เรียนเสริมความรู้ก็มีตามห้างชั้นนำทั่วไปเพราะจะช่วยทำให้เรานั้นสะดวกกับการเดินทางอีกด้วย ทุกๆอย่างในตอนนี้เป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเพราะการที่เราได้ให้เด็กได้เรียนรู้แล้วนั้นจะช่วยทำให้เค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีในตัวเค้าเองได้อย่างมากมายเลยการที่เรียนในสถานที่เรียนเสริมความรู้เค้าก็จะหากิจกรรมที่สนุกๆให้กับเด็กได้เล่นกันเพื่อไม่ให้เด็กนั้นเกิดความเบื่อขึ้นมาด้วย อาจจะมีการ์ดภาพ การ์ดคำต่างๆให้กับเด็กอีกด้วยซึ่งเรื่องเหล่านี้นั้นจึงถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและสำคัญกับเราเองอย่างที่สุดเลยและหากเรายิ่งรู้จักที่จะให้ความสนใจในตรงนี้แล้วเชื่อว่าจะเกิดแต่เรื่องราวที่ดีๆกับเด็กขึ้นได้อย่างมากมายเลย และที่สำคัญก็จะทำให้เด็กได้มีความรู้และมีพัฒนาการที่ดีขึ้นในทุกๆวันด้วยนั้นเอง เราจึงควรที่จะต้องสรรหาสิ่งที่ดีๆให้กับเด็กได้อยู่เสมอเพราะหากเรารู้จักที่จะสรรหาแต่สิ่งที่ดีๆให้กับเด็กแล้วนั้นก็จะทำให้เรายิ่งมีความสุขที่ได้เห็นเด็กเติบโตไปอย่างมีความรู้ติดตัวเพื่อที่เค้าจะได้เอาตัวรอดได้อย่างมากมายอีกด้วย